สิงหาคม 2021

[ข่าว][slider1 autoplay]

 การปฏิสนธิในระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์

    หลังจากตกไข่ในช่วง 12-14 ชั่วโมง หากเพศชายหลั่งน้ำเชื้อปล่อยให้อสุจิแหวกว่ายเข้าไปในช่องคลอด อสุจิจะมีเวลาเพียง 48 ชั่วโมงในการปฏิสนธิ ถ้าปล่อยให้โอกาสผ่านไป แม้ตัวอสุจิยังเคลื่อนไหวได้อยู่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิสนธิได้แล้ว เมื่ออสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้แล้ว จะถือว่ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้นแล้ว ชีวิตใหม่ของมนุษย์ก็จะเริ่มต้นจากจุดนี้
    ปริมาณน้ำอสุจิในการหลั่งแต่ละครั้งจะมีปริมาตรเฉลี่ย 3-3.5 มล. และมีอสุจิที่สมบูรณ์อยู่ประมาณ 60-150 ล้านตัว (คิดเป็นประมาณ 75-80% นอกนั้นจะเป็นอสุจิที่ผิดปกติ) แต่จะมีอสุจิที่สมบูรณ์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะสามารถผสมกับไข่ได้ โดยน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาจะมีลักษณะเหลวหนืด และเอนไซม์ที่สร้างจากต่อมลูกหมากจะช่วยละลายให้ได้ภายใน 30 นาที เมื่อหลั่งน้ำอสุจิแล้ว ตัวอสุจินับร้อยล้านตัวจะพากันแหวกว่ายเข้าไปในช่องคลอด และภายใน 90 วินาที จะมีอสุจิไปจ่ออยู่ที่ปากมดลูกแล้ว อสุจิจะต้องเร่งรีบทำเวลาเพื่อไปพบไข่ให้ได้ 
        หากพลาดโอกาสนี้นั่นหมายความว่า "ความเป็นไปได้ในการปฏิสนธิจะน้อยลงตามไปด้วย" ส่วนการหดรัดตัวของมดลูกเองก็มีส่วนเร่งให้ตัวอสุจิเคลื่อนไปยังบริเวณท่อนำไข่ได้เร็วขึ้นด้วย ซึ่งจะรวมเวลาในการเดินทางโดยเฉลี่ยประมาณ 4-6 ชั่วโมง
     แม้การหดรัดตัวของมดลูกจะช่วยให้ตัวอสุจิเดินทางได้เร็วขึ้น แต่อุปสรรคเกี่ยวกับสภาพความเป็นกรดในช่องคลอดก็ยังเป็นตัวกีดกันไม่ให้อสุจิมีชีวิตอยู่รอดได้ จึงทำให้มีตัวอสุจิเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิตและเดินทางไปถึงไข่จริง ๆ ซึ่งคาดว่ามีเพียงไม่ถึง 200 ตัวเท่านั้น
    โดยภายนอกของไข่จะประกอบไปด้วยเซลล์หลายชั้น (Cumulus Oophorus) ซ้อนกันอยู่ อสุจิหลายตัวอาจเจาะผ่านเข้าไปได้ บริเวณภายในจะเรียกว่า "เขตโปร่งใส" (Zona Pellucida) ที่มีเซลล์บาง ๆ และชั้นของเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งห่อหุ้มอยู่ ซึ่งเขตนี้เป็นเขตหวงห้าม ที่จะมีอสุจิเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะทะลุเข้าไปผสมกับไข่ได้ เมื่ออสุจิแหวกว่ายเข้าไปถึงไข่ ส่วนหัวจะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ย่อยสลายเยื่อหุ้มของไข่ เมื่ออสุจิแทรกตัวเข้าไปแล้ว ส่วนของหางที่เป็นเยื่อหุ้มจะเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกับเยื่อหุ้มไข่ ในตอนนี้หัวอสุจิที่บรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมหรือโครโมโซม 23 แท่ง จะจับคู่เข้าหาโครโมโซมของไข่อีก 23 แท่ง รวมเป็น 46 แท่ง นับแต่บัดนี้ไข่และอสุจิจะกลายเป็นเซลล์เดียวกัน แล้วจะมีการแบ่งตัวทวีคูณอย่างรวดเร็วเกิดเป็นตัวอ่อนจนกระทั่งเจริญเติบโตเป็นทารกในที่สุด

    หลังการปฏิสนธิไข่และอสุจิจะรวมกันแปรสภาพเป็นตัวอ่อนระยะต้น(zygote) และจะอยู่ในท่อนำไข่ประมาณ 3-4วัน ในระหว่างนั้นจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อตัวอ่อนเคลื่อนไปถึงมดลูกจะมีขนาด 20-40 เซลล์ ตัวอ่อนจะลอยอยู่ในมดลูกอีกประมาณ 2-3 วันก่อนที่จะฝังตัวกับผนังมดลูก ขบวนการนี้เรียกว่าการฝังตัวของตัวอ่อน

Fertilization

   



เดือนที่ 1 
     สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ขนาดของทารก ยังคงเป็นวุ้น และเคลื่อนไปฝังตัวที่ผนังมดลูก ไข่จะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วพัฒนาไปเป็นตัวอ่อน และจะมีการสร้างรก และสายสะดือ เพื่อนำอาหารจากแม่ไปสู่ลูก และนำของเสียกลับมาสู่แม่ โดยเด็กจะอาศัย อยู่ในของน้ำคล่ำ เพื่อป้องกันแรงกระแทกต่าง ๆ สัปดาด์ที่ 2 ถึง 3 ทารกจะเริ่มมีการสร้าง ปราสาทไขสันหลัง และกระดูกสันหลัง ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 เด็กจะมีการแบ่งเซลล์เพิ่มขึ้น
เดือนที่ 2
    ในช่วงเดือนนี้ ทารกจะเริ่มพัฒนาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว จะเห็นว่า ส่วนหัวใหญ่กว่าส่วนตัวมาก และจะเห็นส่วนแขน ส่วนขางอกออกมาแล้ว และจะพบการเต้นของหัวใจอย่างชัดเจน ระยะนี้การเติบโตของทารกจะพัฒนาอย่างรวดเร็วมาก ยาที่รับประทาน หรือ สิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อเด็กมาก เมื่อสิ้นระยะเดือนที่สอง เด็กจะมาการพัฒนา ของอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง ตับ หัวใจ กระเพาะ นิ้ว มือ หู และอวัยวะเพศ ในระยะนี้เด็กจะมีขนาดประมาณ 1 นิ้ว
 เดือนที่ 3
     ช่วงเดือนนี้จะเริ่มเห็นหน้าตาของทารกชัดเจน แต่ดวงตายังปิดอยู่ กล้ามเนื้อทำงานได้อย่าง เต็มที่ แขนและขา เริ่มเจริญงอกยาวขึ้น เด็กเริ่มมีพัฒนาการดูดนิ้ว ทารกจะเริ่มดิ้นได้แล้ว แต่คุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึก เพราะเด็กยังตัวเล็กอยู่มาก สำหรับคุณแม่จะพบว่า ช่วงเดือนนี้ เส้นเลือดที่นม ท้อง ขา เริ่มขยาย ท้องจะเริ่มโต ความรู้สึกเริ่มอยากอาหาร และอารมณ์ผันผวนน้อยลง
เดือนที่ 4 
     กล้ามเนื้อต่างๆ เริ่มทำงานได้ดีขึ้น ไตเริ่มทำงานได้แล้ว การดิ้นจะดิ้นแรงขึ้น เริ่มได้ยินเสียงต่าง ๆ ภายในเดือนนี้ อวัยวะเพศเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น ผิวหนังจะเป็นสีชมพู มีขนปกคลุม คอเริ่มยาวขึ้นแยกระหว่างส่วนหัวและลำตัวอย่างชัดเจน เด็กสามารถ ลืมตา มีการนอน การตื่น การกิน การเคลือนไหวได้อย่างชัดเจน ทารกจะมีขนาด 8-10 นิ้ว
เดือนที่ 5 
     สำหรับช่วงเดือนนี้ ลูกดิ้นได้แรงมากเพราะกล้ามเนื้อแข็งแรงมาก การเจริญเติบโตเร็วมาก การรับรู้ เสียง กลิ่น รสได้อย่างชัดเจน ฟันและผม เริ่มขึ้นแล้วในเดือนนี้ ตับเริ่มสร้างเม็ดเลือดแดง ถุงน้ำดีเริ่มสร้างน้ำดี เด็กจะนอนและตื่นเป็นเวลา คุณแม่จะรับรู้ได้ ขนาดเด็กจะประมาณ 10-12 นิ้ว
    ช่วงนี้ท้องจะขยายขึ้นมาก อย่างเห็นได้ชัด คุณแม่ต้องเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด อาจมีการใส่เสื้อคลุมท้อง ร่วมกับ กางเกงคนท้อง หรือ เลกกิ้งคนท้อง 
เดือนที่ 6
     อวัยวะต่างๆ พัฒนาขึ้น และเริ่มเติมโตขึ้น โดยเฉพาะ ปอด และระบบย่อยอาหาร แต่ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ สมองเติบโตอย่างรวดเร็ว ระบบปราสาทเริ่มทำงาน ในเพศหญิง จะเริ่มสร้างรังไข่ เด็กจะมีขนาด 11-14 นิ้ว
เดือนที่ 7      
    อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเจริญเติบโตได้เกือบสมบูรณ์ เปลือกตาเริ่มเปิด สามารถมองแสงสว่างได้ในตอนกลางวัน ทั่วร่างกายจะมีไขมาปกคลุม เพื่อเพิ่มความอบอุ่น สำหรับคุณแม่ ท้องจะเริ่มโตขึ้น รู้สึกอุ้ยอ้าย มดลูกที่โตขึ้น จะไปดันกระบังลม ทำให้หายใจได้สั้น ๆ จึงทำให้หายใจถี่ขึ้น นอนหลับพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เนื่องจาก ทารกมีการตื่น มดลูกเริ่มหดตัวบีบรัด เป็นบางช่วง เป็นช่วงเริ่มต้น การหดรัดตัวของมดลูก ในช่วงนี้ คุณแม่สามารถอบรมการเตรียมตัวก่อนคลอดได้แล้วค่ะ
เดือนที่ 8
     ในช่วงเดือนนี้ ลูกจะดิ้นน้อยลง เพราะลูกตัวโตคับท้องแม่ จึงไม่ค่อยสะดวก ช่วงเดือนนี้ลูกจะกลับตัว เอาหัวลงสู่ อุ้งเชิงกราน เพื่อเตรียมคลอด สำหรับเดือนนี้คุณแม่อาจมีอาการดังต่อไปนี้ 
    -อาการ หายใจขัด หายใจไม่อิ่ม เนื่องจากมดลูกเริ่มบีดรัดตัว อาจมีอกการเจ็บหายใจไม่สะดวก และมดลูกดันตัวไปดันกะบังลม ทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก คุณแม่ต้องฝึก หายใจลึก ๆ แบ่งรับประทานอาหารหลายหลายมื้อ ก็จะช่วยได้ ไม่ให้กระเพาะแน่นเกินไป
  -เจ็บอวัยวะเพศบริเวณหัวหน่าว เกิดจากทารกกลับหัว และไปกดเส้นปราสาทบริเวณเชิงกราน คุณแม่ควรลดการเดิน และพักผ่อนอย่างเพียงพอ หากปวดมากก็ให้ไปพบแพทย์
    -ท้องแข็ง เกิดจากการบีบตัวของมดลูก ซึ่งจะพบได้บ่อยขึ้น ในช่องนี้ 
    -มือเท้าบวม เกิดจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น การนวดเท้าที่ถูกต้องจะสามารถช่วยได้
เดือนที่ 9 
     สำหรับเดือนนี้ ลูกจะดิ้นน้อยลงมาก และอยู่ในท่าพร้อมสำหรับเตรียมคลอด แพทย์จะนัดตรวจทุกสัปดาห์ เพื่อวัดความดันโลหิต ชั่งนำหนัก ตรจปัสสาวะ ตรวจภายใน วัดขนาดของปากมดลูก และจะถามถึงความถี่ และความแรงของการบีดรัดตัวของปากมดลูก เพื่อพิจารณาการเตรียมการคลอดต่อไป

Labor and Delivery | Childbirth


โอกาสที่จะตั้งครรภ์
  • การผลิตอสุจิที่ปกติในฝ่ายชายและการผลิตไข่ที่ปกติในฝ่ายหญิง
  • ท่อรังไข่ที่ไม่ตีบตัน ไม่มีอุปสรรคที่กั้นทางการวิ่งของอสุจิไปหาไข่หรือกั้นตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้วบริเวณท่อนำไข่เข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก
  • อสุจิที่มีความสามารถทำการปฏิสนธิกับไข่และกลายเป็นตัวอ่อนระยะแรก (zygote) ได้
  • ตัวอ่อนระยะแรก (zygote) สามารถเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงตามพันธุกรรม
  • ตัวอ่อนมีความสามารถในการฝังตัวที่มดลูกได้
  • เจริญเป็นทารกที่แข็งแรงและปกติ (จะเรียกว่าทารกเมื่อมีอวัยวะครบถ้วน  ประมาณ10สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ)
  • ร่างกายทุกส่วนเจริญเติบโตเป็นปกติเพื่อสามารถอยู่รอดได้เมื่อออกมาจากครรภ์มารดาแล้ว
ผลของอายุกับภาวะการมีบุตร

อสุจิช่วยเลือกเพศของลูกได้อย่างไร ?

    ตามที่เราทราบกันดีว่าเพศหญิจะมีโครโมโซมเพศเป็น XX ส่วนเพศชาจะมีโครโมโซมเพศเป็น XY ถ้าอสุจิของเพศชายตัวที่เจาะไข่เป็นตัว X ก็จะได้ลูกสาว แต่ถ้าเป็นตัว Y เจาะไข่ก็จะได้ลูกชาย ดังนั้นการจะได้ลูกสาวหรือลูกชายนั้นจึงขึ้นอยู่กับอสุจิของเพศชาโดยตรง 

    นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพกรดด่างภายในช่องคลอดกับคุณสมบัติของอสุจิด้วย คือ อสุจิตัว X จะตัวใหญ่กว่า จึงวิ่งได้ช้ากว่า แต่จะมีความทนทานกว่าอสุจิตัว Y และชอบสภาพความเป็นกรด ส่วนอสุจิตัว Y จะชอบสภาพความเป็นด่างมากกว่า ซึ่งเราพอจะกำหนดเพศลูกได้อย่างคร่าว ๆ คือ

จังหวะ : ถ้าอยากได้ลูกชายให้ร่วมเพศวันที่ตกไข่พอดี เนื่องจากอสุจิตัว Y จะวิ่งได้เร็วกว่าและจะเข้าไปเจาะไข่ได้ก่อน แต่ถ้าอยากได้ลูกสาว ให้ร่วมเพศก่อนวันตกไข่ประมาณ 2-3 วัน เพราะพอถึงจังหวะที่ไข่ตก อสุจิตัว X จะคงทนต่อสภาพความเป็นด่างซึ่งมีปริมาณมากกว่าได้

ความถี่ : การร่วมเพศบ่อย ๆ จะทำให้อสุจิตัว Y มีจำนวนลดลง จึงมักจะได้ลูกสาว แต่ถ้าร่วมเพศน้อยครั้งลง ปริมาณของอสุจิตัว Y ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสได้ลูกชายมากขึ้น

ทำแบบฝึกหัด

 

 ระบบขับถ่ายปัสสาวะ

อวัยวะในระบบขับถ่ายปัสสาวะ


ส่วนประกอบของไต

  • ส่วน Cortex เป็นส่วนนอกสุด มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ เนื้อไตส่วนนี้จะเป็นสีแดงประกอบเป็นด้านนอกของไตส่วนนี้จะอยู่ลึกลงมาถึงส่วนกลางที่ฐานของ Pyramids เรียกว่า Cortical arches และจะแทรกลึกเข้าไประหว่าง Pyramids เรียกว่า Renal Columns
  • ส่วน Medulla เป็นเนื้อไตส่วนกลางมีสีจาง ลักษณะเป็นเส้นรูปกรวย ( Pyramid ) ภายในไตข้างหนึ่งๆ จะมี Renal pyramid ประมาณ 6 -12 อัน ใน Pyramid จะมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ จำนวนมากเป็นกลุ่ม เรียกว่า Renal tubules เริ่มจากผิวนอกทางด้านฐานของ Pyramid แล้วมารวมเป็นปลายแหลมด้านปลายของ Pyramid ที่ปลายแหลมนี้เรียกว่า Renal papillar เนื้อไตส่วนใหญ่ประกอบด้วย Renal tubules เหล่านี้อย่างหนาแน่น เรียกว่า Uriniferous tubules ซึ่งเป็นท่อน้ำเล็ก ๆ มีหน้าที่นำน้ำปัสสาวะไหลลงสู่กรวยไต ( Renal pelvis )
  • ส่วน Pelvis เป็นส่วนในสุดเรียกว่า กรวยไต เป็นที่รับน้ำปัสสาวะจากส่วน Papillar เทลงสู่หลอดไต ( Ureters )


หน่วยไต (Nephron)









ปัสสาวะประกอบไปด้วย

กระเพาะปัสสาวะ (Urinary bladder) 







 ที่มาจาก : http://www.cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4423/data/story02.html



กายวิภาคและสรีรวิทยาของการตอบสนองทางเพศ

          เมื่อมีความต้องการทางเพศ หรือถูกกระตุ้นทางเพศ จะเกิดขบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย 2 ประการ คือ
          1. เกิดการคั่งของเลือดดำทั่วร่างกาย  โดยเฉพาะที่อวัยวะเพศ และ
          2.  เกิดการบีบรัดตัวเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อที่อวัยวะเพศ และกล้ามเนื้อใกล้เคียง ขบวนการทั้งสองนี้ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ   แต่เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจ และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ชัดเจน จะได้แบ่งการตอบสนองทางเพศออกเป็น 4 ระยะ ตามมาสเตอร์และจอนห์สัน ดังนี้
1. ระยะตื่นตัวทางเพศ (Excitement phase)
      เป็นระยะที่เริ่มเกิดความรู้สึกทางเพศ  ร่างกายทั่วไปจะเกิดความเครียด เห็นได้จากมีการคั่งของเลือดดำ และการตึงตัว ของกล้ามเนื้อลดลง มีการหายใจแรงถี่ และความดันโลหิตเพิ่ม
      ฝ่ายผู้ชายเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ จะโดยการคิดฝันหรือการสัมผัสก็ตาม องคชาตจะขยายใหญ่และตั้งแข็ง เนื่องจากมีการคั่งของเลือดดำภายในองคชาต ผิวหนังที่หุ้มลูกอัณฑะจะหนาขึ้น และลูกอัณฑะจะเคลื่อนสูงกว่าระดับปกติ เพราะมี การหดตัวของกล้ามเนื้อที่ยึดอยู่
      ส่วนผู้หญิง ภายใน 30 วินาทีของการกระตุ้นทางเพศ น้ำหล่อลื่นจะปรากฏขึ้นตามผนังของช่องคลอด เป็นเม็ดๆ คล้ายเหงื่อ ทำให้ช่องคลอดชื้น และไม่ฝืด คลิตอริส จะขยายตัวใหญ่  เพราะมีการคั่งของเลือดดำ แคมเล็กและแคมใหญ่จะบวม และขยายตัวออกไปข้างๆ ช่องคลอดจะขยายตัวพร้อมกับมดลูกยกสูงขึ้น ทำให้ 2 ใน 3  ส่วนบนของช่องคลอดขยายใหญ่ขึ้น หัวนมตั้ง และขยายตัวพร้อมกับเต้านม  ผิวหนังจะเป็นผื่นแดง (Sex flush) ที่บริเวณหน้าอก และค่อยกระจายไปทั่วร่างกาย ความรวดเร็วและปริมาณของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ขึ้นกับแต่ละบุคคล ด้วยวิธีกระตุ้นอารมณ์เพศ
      ระยะนี้ใช้เวลาตั้งแต่หลายๆ นาทีถึงชั่วโมง

2. ระยะพลาโต (Plateau phase)
    
เป็นระยะที่การตื่นตัวทางเพศอยู่ในระดับสูง จนใกล้จะถึงจุดสุดยอด การคั่งของเลือดดำจะถึงขีดสุด กล้ามเนื้อจะเกร็งมาก และบางคน จะกัดไหล่หรือ…..ของคู่ร่วมเพศ
      ฝ่ายชาย  องคชาตจะขยายตัวเต็มที่  ลูกอัณฑะจะขยายใหญ่ขึ้นประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดปกติ มีการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ถุงอัณฑะ และกล้ามเนื้อที่ยึดลูกอัณฑะ ทำให้พวงอัณฑะถูกยกสูงขึ้น อาจมีน้ำเมือก 2-3 หยด จากต่อมเคาเปอร์ไหลออกมา และอาจมีตัวอสุจิปนอยู่ด้วย
      ฝ่ายหญิง ผิวหนังจะเป็นจุดแดงๆ  เพราะมีเลือดดำคั่งโดยทั่วไป และคั่งบริเวณอวัยวะเพศมากที่สุด แคมใหญ่จะบวม และเปลี่ยนสี ตั้งแต่สีแดงจนถึงสีม่วงแดง คลิตอริส จะยกตัวสูงขึ้น ห่างออกไปจากปากช่องคลอด 1 ใน 3 ส่วนล่างของปากช่องคลอดจะหนา และแคบลงประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม เพื่อช่วยรัดองคชาตไว้ เป็นการกระตุ้น ฝ่ายชายให้มีความรู้สึกมากขึ้น และมดลูกถูกยกสูงขึ้นไปจากฐานของเชิงกราน
      ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ถึง 3 นาที

3. ระยะสุขสุดยอดทางเพศ (Orgasmic phase)
       เป็นระยะที่มีความสุขมากที่สุด  ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้นเป็น 110-180 ครั้งต่อนาที  อัตราการหายใจเร็วขึ้นถึง 40 ครั้งต่อนาที และความดันโลหิตก็สูงขึ้น
      การเปลี่ยนแปลงของผู้ชายระยะนี้อาจแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
      ก. ระยะที่มีความรู้สึกเหมือนจะกลั้นการหลั่งน้ำกามไว้ไม่ได้แล้ว
เพราะน้ำจากต่อมต่างๆ ของระบบสืบพันธุ์ชาย เช่น จากต่อมลูกหมากและจากท่อส่งอสุจิ จะไหลไปอยู่ที่ท่อปัสสาวะส่วนต้น ทำให้เกิดความรู้สึกอยากหลั่งน้ำกามเป็นกำลัง ความรู้สึกนี้จะเกิดอยู่ราว 4 วินาที แล้วจะกลั้นไม่ได้  ระยะนี้ผู้ชายอาจจะส่งเสียงร้องออกมาด้วย
      ข. ระยะที่มีการหลั่งน้ำกามจริงๆ  เนื่องจากมีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อของท่อปัสสาวะ ที่อยู่ในองคชาตเป็นจังหวะๆ ประมาณ 3-7 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 0.8 วินาที ร่วมกับการบิดของหูรูดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้น้ำอสุจิพุ่งออกมา และร่างกายจะสั่น ความรุนแรงของการพุ่งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ถ้าอายุน้อยจะพุ่งได้ไกลถึง 12-24 ซ.ม. แต่ถ้าอายุมากน้ำอสุจิอาจ…..ซึมออกมา
           ผู้หญิงจะมีการหดรัดตัวของช่องคลอดและกล้ามเนื้อฝีเย็บเป็นระยะๆ  ห่างกัน ครั้งละประมาณ 0.8 วินาที เช่นกัน การรัดตัวมีตั้งแต่ 3-12 ครั้งแล้วก็จะหยุดไป
      ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 15 วินาที

4. ระยะกลับคืน (Resolution phase)
    
เป็นระยะสุดท้ายของการตอบสนองทางเพศ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายโดยทั่วไปและที่อวัยวะเพศจะกลับคืนสู่ปกติ เลือดจะไหลกลับออกไปจากอวัยวะเพศ และการคั่งของเลือดดำจะลดลง
      ฝ่ายชาย  องคชาตจะค่อยๆ อ่อนตัวและขนาดเล็กลง  เพราะการคั่งของเลือดดำ ลดลง ขนาดองคชาตจะเล็กลงเร็วขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น  การอ่อนตัวขององคชาตจะต้องเกิดอยู่ระยะ…. ก่อนที่จะสามารถแข็งตัวได้ใหม่  ระยะนี้เรียกว่า ระยะพักฟื้น (Refractory period) ซึ่งจะยาวนานขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นเช่นกัน
      ฝ่ายหญิง   คลิตอริสจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมภายในเวลา 5-10 วินาที ช่องคลอดจะขยายตัว ปากมดลูกจะอ้าออก ในระยะ 20-30 นาที หลังจากมีความสุขสุดยอด  มดลูกจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ปากมดลูกเคลื่อนต่ำลง สีของแคมใหญ่จะกลับมาเป็นสีเดิม เพราะการคั่งของเลือดดำลดลง
      ผู้หญิงบางคนอาจมีความสุขสุดยอดติดต่อกันได้หลายๆ ครั้ง โดยไม่ต้องมีระยะพักฟื้นเลย  ฝ่ายชายสามารถกระตุ้นอารมณ์เพศได้นานพอ หรือใช้เครื่องมือสั่นสะเทือน (Vibrator) ช่วย
      ระยะนี้ใช้เวลาตั้งแต่ 10 นาที จนถึงเป็นวันๆ

          การตอบสนองทางเพศของชายและหญิง ประกอบด้วย 4 ระยะเหมือนกัน แต่ลักษณะและความรุนแรงของการตอบสนองทางเพศ จะแตกต่างกันออกไป  ผู้ชายส่วนใหญ่ ลักษณะและความรุนแรงของการตอบสนองทางเพศเกิดคล้ายๆ กัน จะผิดกันก็ตรงที่ระยะเวลา เช่น บางคนระยะตื่นตัวทางเพศและระยะพลาโตสั้น  ทำให้หลั่งน้ำกามเร็ว แต่บางคน 2 ระยะนี้ก็นาน โดยทั่วไปก็ประมาณ 3-4 นาที และคนที่หลั่งน้ำกามได้ จะมีความสุขทางเพศเหมือนๆ กัน   ยกเว้นกรณีที่มีการหลั่งน้ำกามหลายครั้ง ในระยะเวลาใกล้ๆ กัน  ความสุขสุดยอดจากการร่วมเพศครั้งหลังๆ  อาจไม่เท่าครั้งแรก จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ความรุนแรงของความสุขสุดยอดทางเพศ  อาจมีความสัมพันธ์กับจำนวนน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาก็ได้

          สำหรับผู้หญิงแต่ละคน ความรุนแรงของความสุขสุดยอดแตกต่างกันมาก  บางคนอาจรู้สึกเหมือนกับแผ่นดินไหว ในขณะที่บางคนรู้สึกเพียงซู่ซ่าเท่านั้น  นอกจากความรุนแรงแล้ว ระยะเวลา และลักษณะของความสุขสุดยอดของผู้หญิงแต่ละคนยังแตกต่างกันด้วย บางคนการตอบสนองทางเพศเกิดขึ้นรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็ถึงระยะที่มีความสุขสุดยอด และก็จะลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน บางคนความรู้สึกทางเพศค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนถึงระยะพลาโตก็หยุด ไม่ดำเนินต่อไปถึงขั้นความสุขสุดยอด คงอยู่ระดับนั้นสักพัก แล้วจึงค่อยๆ ลดลงช้าๆ แต่บางคนก็ค่อยๆ ลดลงมาระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ถึงระดับปกติ และกลับขึ้นไปสู่ระยะที่มีความสุขสุดยอดใหม่ได้อีกหลายๆ ครั้งติดต่อกัน

           ผู้ชายทั่วไปจะมีความต้องการและสมรรถภาพทางเพศสูงในวัยรุ่น  บางคนความต้องการอาจสูงถึง 4-8 ครั้งใน 1 วัน และสามารถร่วมเพศได้เกือบจะติดต่อกัน วันละหลายๆ ครั้ง แต่พอเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ความต้องการและสมรรถภาพทางเพศจะค่อยๆ ลดลง  ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้หญิง ความต้องการและการตอบสนองทางเพศกลับดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างปลายอายุ 30 ปี ถึงต้นอายุ 40 ปี ทั้งนี้เพราะการตอบสนองทางเพศของผู้หญิง ขึ้นกับประสบการณ์และความมั่นใจในชีวิตสมรส มากกว่าความสมบูรณ์ของร่างกายเช่นในผู้ชาย ยิ่งกว่านั้น ความสามรถในการหลั่งน้ำกามของผู้ชายยังลดลงตามอายุด้วย  ในผู้ชายสูงอายุ องคชาตอาจแข็งตัวได้ แต่ไม่สามารถหลั่งน้ำกาม  ซึ่งผิดกับฝ่ายหญิง มีความสุขสุดยอดได้จนถึงวัยชรา อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น แรงกระตุ้นทางเพศ และความสมบูรณ์ หรือความรุนแรงของการตอบสนองทางเพศ จะลดลงเหมือนๆ  กัน ทั้งชายและหญิง

Author Name

{picture#https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg_qV6rzcCorjnDn1knh-6xAwmy1680JWSaxVwh6ffm_BYXAxrlqpmzIfUVmGCq8X8O8V2sA1ofTpu-zYMqPZV_BnkJLd9JNJg-vOfQ3mqcbAYMUI7jcrNIr3yfX1S03xWt43rfx4Q22FvO/s1600/cm.jpg} YOUR_PROFILE_DESCRIPTION {facebook#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {twitter#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {google#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {pinterest#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {youtube#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL} {instagram#YOUR_SOCIAL_PROFILE_URL}

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

รูปภาพธีมโดย friztin. ขับเคลื่อนโดย Blogger.