ฮอร์โมนเพศ
สารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้น
ทําหน้าที่ควบคุมการสร้างเซลล์สืบพันธุ์
รวมทั้งควบคุมการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางร่างกายเมื่อเจริญเข้าสู่วัยหนุ่มสาว
ฮอร์โมนเพศชาย : เทสโทสเทอโรน
- สร้างจากอัณฑะ
- ควบคุมการสร้างเซลล์อสุจิและการเกิดลักษณะขั้นที่ 2 ของเพศชาย เช่น มีหนวดเครา ขนบริเวณรักแร้ หน้าแข้ง และอวัยวะเพศ หัวนมแข็ง เสียงแหบและห้าว มีมัดกล้ามเนื้อ สะโพกแคบและไหล่กว้าง อวัยวะเพศโต หลั่งน้ำอสุจิขณะหลับ
ฮอร์โมนเพศหญิง : โพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจน
- สร้างจากรังไข่
- เอสโทรเจน ทำให้ไข่ที่อยู่ในรังไข่มีการเจริญเติบโต และควบคุมการเกิดลักษณะขั้นที่ 2 ของเพศหญิง เช่น เสียงเล็กแหลม สะโพกผาย หน้าอกและอวัยวะเพศใหญ่ ขนขึ้นบริเวณรักแร้และอวัยวะเพศ
- โพรเจสเทอโรน ทำให้เยื่อบุมดลูกพร้อมในการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว ทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น ทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิตัวอื่นสามารถว่ายมาผสมกับไข่ที่ผสมแล้วได้สะดวก และป้องกันไม่ให้มดลูกหดรัดตัวระหว่างตั้งครรภ์
- ฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิด ทำหน้าที่ร่วมกันกระตุ้นการเจริญของผนังมดลูกเพื่อรองรับการฝังตัวของเอ็มบริโอ
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง
ประจำเดือน (Menstruation) คือ เลือดและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่หลุดลอกออกจากเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเยื่อบุมดลูก โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง
- ในช่วง 14 วันแรก (รอบเดือนปกติ จะประมาณ 28 วัน) เยื่อบุโพรงมดลูกจะเจริญหนาตัวขึ้นจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen) จากรังไข่ ประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน จะมีการตกไข่จากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อรอการปฏิสนธิกับอสุจิ จากนั้นไข่ที่ผสมแล้ว หรือ ตัวอ่อนจะมีการฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก
- ในช่วง 14 วันหลัง หลังตกไข่ จะมีการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและต่อมต่างๆ ในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนโปรเจสเตโรน (Progesterone) เพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนเพื่อเจริญเป็นการตั้งครรภ์ แต่ในรอบเดือนที่ไม่มีการปฏิสนธิ ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตโรนจากรังไข่จะลดระดับลง ส่งผลให้มีการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก (ประมาณวันที่ 28 ของรอบเดือน) กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ประจำเดือน







แสดงความคิดเห็น